Protandim

Protandim

วันจันทร์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2560

อาการคลั่งผอม : โรคที่ต้องรักษาด้วยความรัก

อาการคลั่งผอม : โรคที่ต้องรักษาด้วยความรัก


    

YouTube Video




มันแปลกดีนะ…!!

    
       ขณะที่เด็กเล็กต้องเผชิญปัญหาเรื่องโรคอ้วนกันไปทั่วโลก เพราะค่านิยมเด็กยุคใหม่ชอบกินอาหารประเภทที่มีแคลอรีสูง ไขมันสูง โดยเฉพาะบรรดาอาหารจังก์ฟูดทั้งหลาย รวมถึงขนมกรุบกรอบด้วย หนำซ้ำพ่อแม่กลับมีทัศนคติชอบที่มีลูกอ้วนจ้ำม่ำน่ารักเชียว
    
       แต่พอเข้าสู่วัยรุ่น กลับมีปัญหาอีกแบบ..!!
    
       ช่างตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง วัยรุ่นส่วนใหญ่นิยมชมชอบเรื่องรูปร่างผอม ค่านิยมยิ่งผอมยิ่งสวย ยิ่งผอมยิ่งดูดี ยิ่งผอมยิ่งใส่เสื้อผ้าได้เหมือนนางแบบ
    
       ก็เลยทำให้เราได้ยินชื่อ "โรคคลั่งผอม" หรือที่เรียกว่า Eating Disorders ซึ่งกำลังระบาดในหมู่เด็กวัยรุ่นทั่วโลก
    
       Eating Disorders ตามข้อมูลทางการแพทย์ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
    
       Anorexia nervosa คนที่มีอาการปฏิเสธอาหาร ยอมอดเพื่อรักษาระดับน้ำหนักของตนเองให้คงที่ หรือให้น้อยลงกว่าเดิม
    
       Bulimia nervosa คนที่กินอาหารผิดปกติเป็นช่วงๆ แล้วเกิดความรู้สึกผิดต่อตัวเอง พยายามหาทางลดความอ้วนด้วยวิธีการผิดๆ เช่น ล้วงคออาเจียน ใช้ยาระบาย ยาขับปัสสาวะหรือออกกำลังกายอย่างหนักเพื่อลดน้ำหนัก
    
       คนที่มีอาการดังกล่าวมักจะกังวลเกี่ยวกับน้ำหนักตัวเองตลอดเวลา และไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมการกินที่ผิดปกติได้
    
       ดิฉันได้มีโอกาสพบเจอคนที่มีอาการดังกล่าวถึง 3 คน คนแรกน่าจะเกิน 20 ปี ดิฉันยังไม่เคยรู้จักโรคนี้มาก่อน รู้แต่ว่าเธอบ้าผอมมาก ไม่ยอมกินจนผอมมากเห็นกระทั่งกระดูก ใครทักก็ไม่พอใจ จะเก็บตัวเงียบไม่พบปะใคร ไม่ค่อยได้มีใครพบเธอนัก รู้ข่าวอีกทีเธอก็เสียชีวิตแล้ว คำตอบที่ได้จากครอบครัวของเธอจะออกแนวว่าเธอถูกผีเข้า ฉะนั้นวิธีรักษาจึงมุ่งไปทางไสยศาสตร์มากกว่า
    
       คนที่สองเป็นผู้หญิงเช่นกัน เกือบ 10 ปีที่แล้วเธอเป็นคนร่าเริง เรียนดี เป็นนักกีฬาระดับมหาวิทยาลัยชื่อดังด้วย แต่จู่ ๆ เธอก็เปลี่ยนไป ทราบข่าวว่าเธอเลิกกับแฟนและเธออยากมีรูปร่างผอม เธอมุ่งมั่นอยากผอมมาก พยายามทุกทาง จนสุดท้ายเธอเริ่มแปลกแยก เก็บตัว หลบหน้าเพื่อนไม่ยอมเข้าสังคม แต่ทุกครั้งที่ไม่เคยเปลี่ยนก็คือหลังมื้ออาหารเธอจะต้องไปล้วงคอเพื่อให้อาเจียนออกมาจนถึงปัจจุบัน
    
       คนในครอบครัวของเธอพยายามหาทางรักษาทั้งทางแพทย์แผนปัจจุบันและไสยศาสตร์ แต่ตัวเธอไม่ให้ความร่วมมือใดๆ ปัจจุบันเธอยังมีชีวิตอยู่ในแบบของเธอ ยังคงผอมเห็นกระดูก และไม่มีเพื่อนได้พบเจอเธอนอกบ้านอีกเลย
    
       คนล่าสุดยังเป็นเด็กสาววัยรุ่นหน้าตาดี ที่บ้านฐานะดี เรียนดี และไปเรียนต่อในต่างประเทศ มีอาการไม่อยากกินอาหาร กลัวอ้วน ปฏิเสธกระทั่งน้ำ ปัจจุบันผอมมาก และอยู่ในขั้นตอนการรักษาตัวกับแพทย์ในต่างประเทศ ลักษณะอาการคล้ายกับผู้หญิงคนที่สอง เพียงแต่ที่มาของการอยากผอมนั้นแตกต่างกัน
    
       โรคคลั่งผอม ปัจจุบันพบมากในเด็กวัยรุ่น โดยเฉพาะเด็กผู้หญิง แต่จริง ๆ ก็เกิดขึ้นได้กับทุกเพศ ทุกเชื้อชาติ และทุกฐานะ และมีแนวโน้มที่จะพบมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่แพ้จำนวนเด็กอ้วนที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน
อาการคลั่งผอม : โรคที่ต้องรักษาด้วยความรัก/สรวงมณฑ์ สิทธิสมาน
ขอบคุณภาพจากรพ.มนารมย์
    

โรคนี้มีความเกี่ยวข้องกับปัญหาทางด้านจิตใจด้วย ความอยากผอม.. อยากเป็น.. มีภาวะความเครียดอยู่ด้วย ภาวะความอยากผอมมากถึงขั้นพยายามกำหนดตัวเองซ้ำ ๆ ย้ำ ๆ จนกระทั่งส่งผลถึงการสั่งงานของสมองว่าไม่อยากกินอาหาร 

    
       ส่วนใหญ่จะพบในกลุ่มที่ขาดความมั่นใจในตัวเองอย่างมาก หรือกลุ่มที่แสวงหาความสมบูรณ์แบบ บางคนเคยถูกทารุณกรรมทางร่างกายหรือทางจิตใจ หรือมักรู้สึกว่าตัวเองขาดความรักอยู่ตลอดเวลา
    
       ฉะนั้น การรักษานอกจากรักษาทางการแพทย์แล้ว วิธี "ครอบครัวบำบัด" ก็มีความจำเป็นอย่างยิ่ง
    
       คนในครอบครัวต้องเป็นผู้เยียวยาสำคัญที่สุด ต้องให้ความรัก ความเข้าใจ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ป่วย ที่สำคัญต้องร่วมมือกันทั้งครอบครัว เพื่อให้กำลังใจ อย่าใช้วิธีบังคับให้กินตามมื้ออาหาร แต่เปลี่ยนเป็นการสร้างบรรยากาศการกิน เปลี่ยนสถานที่กิน หรือชักชวนให้ร่วมกันทำอาหาร อาจต้องใช้เวลาในการบำบัดพอสมควร แต่ก็ต้องไม่ท้อถอย
    
       ทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร พ่อแม่อาจชวนลูกไปออกกำลังกายร่วมกัน เพื่อให้ลูกลดความวิตกกังวลเกี่ยวกับเรื่องน้ำหนัก และต้องเอาตัวเองเข้าไปปรับแก้พฤติกรรมของลูกด้วยจึงจะได้ผล
       ถ้าพ่อแม่คนไหนที่กำลังประสบปัญหาลูกเรื่องนี้ ต้องรีบเข้าไปจัดการอย่างเร่งด่วน เพราะมิเช่นนั้นแล้วจะนำไปสู่ปัญหาทางด้านจิตใจตามมาด้วย
    
       เคล็ดลับหนึ่งของการบำบัดที่ครอบครัวมีส่วนช่วยคือ การรับประทานอาหารร่วมกันในครอบครัว
    
       หากเด็กได้นั่งกินข้าวกับพ่อแม่เป็นประจำสม่ำเสมอ พ่อแม่ก็ย่อมสามารถควบคุมการกินอาหารของลูกได้ ทั้งความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพ่อแม่ผู้ปกครอง ก็เป็นการช่วยสร้างความเชื่อมั่นในตนเองและความรู้สึกมีคุณค่าให้กับลูก ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากในการรับมือกับปัญหาพฤติกรรมการกินที่อาจเกิดขึ้นได้
    
       ความสำคัญของมื้ออาหารไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาเรื่องนี้เท่านั้น แต่การรับประทานอาหารพร้อมหน้าพร้อมตากันเป็นประจำ สามารถช่วยแก้ปัญหาในหลายๆ เรื่องของครอบครัวมานักต่อนัก เพราะมื้ออาหารทำให้บรรดาสมาชิกในบ้านได้มีเวลาให้กัน ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ รวมถึงพูดถึงปัญหาของแต่ละคนอีกด้วย
    
       หลายเรื่องหลายโรคแก้ไขได้ด้วยความรักบนโต๊ะมื้ออาหารร่วมกันในครอบครัวค่ะ



ที่มา   ::  http://www.manager.co.th/Family/ViewNews.aspx?NewsID=9540000088067