Protandim

Protandim

วันศุกร์ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

โรคพุ่มพวง / โรคลูปัส (Lupus) / โรคเอสแอลอี (SLE)

โรคพุ่มพวง / โรคลูปัส (Lupus) / โรคเอสแอลอี (SLE)





ทั่วไป





โรคลูปัส หรือ โรคเอสแอลอี หรือ โรคพุ่มพวง (Lupus หรือ SLE หรือ Systemic lupus erythematosus) คือ โรคภูมิแพ้ตนเองหรือ โรคภูมิต้านตนเอง (Autoimmune disease) ชนิดหนึ่ง เกิดจากการที่ร่างกายสร้างสารภูมิคุ้มกันต้านทาน หรืออิมมูน (Immune) ผิดปกติ โดยต้านเนื้อเยื่อเกี่ยวพันของเนื้อเยื่อ/อวัยวะต่างๆได้กับทุกเนื้อเยื่อ/อวัยวะ เป็นผลให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง (ชนิดไม่ใช่จากการติดเชื้อ) ของเนื้อเยื่อ/อวัยวะได้ทุกส่วนของร่างกาย ซึ่งที่ก่อให้เกิดอาการได้บ่อย คือ การอักเสบของ ผิวหนัง ข้อ กล้ามเนื้อ ปอด หัวใจ ไต ระบบเลือด/โลหิต/ไขกระดูก และระบบประสาท ทั้งนี้ โรคลูปัส/เอสแอลอี จัดเป็นโรคเรื้อรังโรคหนึ่ง
คำว่า ลูปัส มีรากศัพท์มาจากภาษาลาติน แปลว่า หมาป่า ซึ่งสันนิษฐานว่า มาจากการที่ผื่นที่ใบหน้าที่เกิดจากโรคนี้อยู่ในตำแหน่งคล้ายลักษณะขนบนใบหน้าของหมาป่า หรือคล้ายถูกหมาป่ากัด หรือข่วน หรือจากการที่ผู้หญิงฝรั่งเศสใส่หน้ากากเพื่อปิดบังใบหน้าเมื่อมีผื่นเกิดขึ้น หน้ากากนี้เรียกว่า “Loup” หรือ “Wolf/หมาป่า” 
โรคลูปัส/เอสแอลอี เป็นโรคพบได้เรื่อยๆไม่ถึงกับบ่อย ทั้งนี้สถิติการเกิดแตกต่างกันในแต่ละเชื้อชาติและในแต่ละประเทศ ทั่วไปประมาณ 20-150 คนต่อประชากร 100,000 คน โดยพบได้ในทุกอายุ ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้สูงอายุ แต่พบได้น้อยในเด็กโดยเฉพาะเมื่ออายุต่ำกว่า 8 ปี เป็นโรคพบได้ทั้งในผู้หญิง และในผู้ชาย แต่พบในผู้หญิงสูงกว่าในผู้ชาย 7-10 เท่า โดยมักพบในผู้หญิงอายุช่วง 20-30 ปี พบในผู้หญิงเชื้อชาติผิวดำได้บ่อยที่สุด รองลงไปตามลำดับ คือ ผู้หญิงเอเชีย และผู้หญิงผิวขาว


โรคลูปัส/เอสแอลอีเกิดจากอะไร ? มีปัจจัยเสี่ยงอะไรบ้าง?




ปัจจุบัน ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่า อะไรเป็นสาเหตุให้เกิดการสร้างภูมิคุ้มกันต้านทานผิด ปกติ แต่จากการศึกษาเชื่อว่า น่ามาจากการผิดปกติจากพันธุกรรม โดยน่าเกิดจากความผิดปกติของจีน/ยีน (Gene) หลายๆจีน ซึ่งมีทั้งชนิดถ่ายทอด/ได้ และชนิดไม่ถ่ายทอด 
นอกจากนั้น ยังมีตัวเสริม/ปัจจัยเสี่ยง เช่น



โรคลูปัส/เอสแอลอี มีอาการอย่างไร?




อาการของโรคลูปัส/เอสแอลอี เหมือนกันทั้งในเด็ก และในผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นโรคมีอาการได้หลากหลายจากการอักเสบชนิดไม่ติดเชื้อของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันของหลายๆเนื้อเยื่อ/อวัยวะทั่วร่างกาย แต่ละอาการเป็นอาการเรื้อรัง เป็นๆหายๆ และแต่ละคนมีอาการต่างกัน ไม่เหมือนกัน แบ่งอาการต่างๆออกเป็นกลุ่มอาการได้ หลายกลุ่มอาการ ได้แก่
กลุ่มอาการทั่วไปไข้โดยหาสาเหตุไม่ได้ ปวดศีรษะเรื้อรัง เบื่ออาหาร ผอมลง เช่น เหนื่อยล้า มี
กลุ่มอาการทางผิวหนังผิวหนังขึ้นผื่นแดง หาสาเหตุไม่ได้ มักขึ้นในบริเวณส่วนตรงกลางและโหนกแก้มสองข้างของใบหน้าลักษณะคล้ายผีเสื้อ จึงเรียกว่า ผื่นรูปผีเสื้อ (Butterfly rash) และผมร่วง อาจร่วงเป็นหย่อม หรือร่วงทั้งศีรษะ
กลุ่มอาการทางข้อ/กล้ามเนื้อปวดข้อ กล้ามเนื้อ ส่วนใหญ่ไม่มีอาการบวม/แดงร่วมด้วย เกิดได้กับทุกข้อ แต่มักเกิดกับข้อเล็กๆ เช่น ข้อนิ้วมือ ข้อนิ้วเท้า
กลุ่มอาการทางปอด/หัวใจ เช่น เจ็บหน้าอก ไอ ปอด/เยื่อหุ้มปอดอักเสบ มีน้ำในปอด เหนื่อย เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ หัวใจเต้นผิดปกติ
กลุ่มอาการทางไตความดันโลหิตสูง และมีสารไข่ขาว (Albumin) ในปัสสาวะ เป็นอาการจากการอักเสบของไต เช่น บวมน้ำ(ขาบวม) 
กลุ่มอาการทางโรคระบบโลหิตวิทยาภาวะซีดจากเม็ดเลือดแดงต่ำ มีเม็ดเลือดขาวต่ำจึงติดเชื้อได้ง่าย มีเกล็ดเลือดต่ำจึงมีเลือดออกได้ง่าย และมีการอักเสบของหลอดเลือด อาจเห็นเป็นจุดแดงๆเล็กๆทั่วตัว คล้ายจากโรคไข้เลือดออก (โรคเลือด) มี
กลุ่มอาการทางระบบประสาทโรคจิต เช่น อาการชักโดยไม่ทราบสาเหตุ แขน/ขาอ่อนแรง ไม่มีสมาธิ บางคนอาการคล้ายคน


แพทย์วินิจฉัยโรคลูปัส/เอสแอลอีได้อย่างไร?





โรคลูปัส/เอสแอลอี เป็นโรควินิจฉัยได้ยาก ผู้ป่วยบางคนอาจต้องใช้ระยะเวลานาน เป็นหลายเดือน หรือเป็นปี จึงจะวินิจฉัยโรคได้ อย่างไรก็ตาม แพทย์วินิจฉัยโรคได้จาก ประวัติอาการและประวัติทางการแพทย์ต่างๆ การตรวจร่างกาย การตรวจเลือดดูการทำงานของไขกระดูก ดูสารภูมิต้านทาน/แอนติบอดี (Antibody) ดูการทำงานของตับ และไต ตรวจปัสสาวะดูปริมาณไข่ขาวและดูการทำงานของไต และการตัดชิ้นเนื้อจากผิวหนัง และ/หรือไตเพื่อการตรวจทางพยาธิวิทยา ซึ่งการวินิจฉัยโรคที่แน่นอนจะได้จากประวัติอาการ การตรวจร่างกาย และผลตรวจต่างๆร่วมกัน และอาจรวมไปถึงการตรวจทางพยาธิวิทยา โดยใช้เกณฑ์การวินิจฉัยโรคที่แนะนำโดยองค์กรทางการแพทย์ต่างๆ เช่น จากราชวิทยาลัยรูมาติก แห่งสหรัฐอเมริกา (The American College of Rheumatology) เป็นต้น



รักษาโรคลูปัส/เอสแอลอีได้อย่างไร?




ปัจจุบันยังไม่มียา หรือวิธีการรักษาโรคนี้ให้หายขาดได้ แต่เป็นการรักษาให้โรคสงบเป็นพักๆ และการรักษาประคับประคองตามอาการ วิธีการรักษาต่างๆ เช่น 
  • หลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น/ปัจจัยเสี่ยงให้เกิดอาการ ดังกล่าวแล้ว
  • ให้ยากดภูมิคุ้มกันต้านทานของร่างกาย เช่น ยาในกลุ่มสเตียรอยด์ หรือยาเคมีบำบัดบางชนิดที่ใช้รักษาโรคมะเร็ง
  • ให้ยาต้านการอักเสบชนิดไม่ใช่จากการติดเชื้อ 
  • ยาแก้ปวดต่างๆ เมื่อมีอาการปวด
  • การรักษาควบคุมโรคต่างๆที่เป็นผลข้างเคียง เช่น โรคไตเรื้อรัง หรือ ยาควบคุมอาการชัก
  • ที่กำลังอยู่ในการศึกษา คือ การปลูกถ่ายไต และการศึกษาหาต้นเหตุของโรค โดยเฉพาะในเรื่องของพันธุกรรมต่างๆ เพื่อให้การรักษาได้ถูกต้อง และอย่างเฉพาะเจาะจง และหาทางในการป้องกันการเกิดโรค



โรคลูปัส/เอสแอลอี เป็นโรครุนแรงไหม? มีผลข้างเคียงอย่างไร?





โรคลูปัส/เอสแอลอี เป็นโรคเรื้อรัง แต่ในปัจจุบัน ความรู้ต่างๆทางการแพทย์ในโรคนี้ดีขึ้นมาก โรคจึงสามารถควบคุมรักษาได้ ไม่รุนแรงเหมือนในอดีต ส่วนใหญ่จะควบคุมโรคได้นานเป็น สิบๆปีขึ้นไป หรือได้ตลอดชีวิต แต่ต้องขึ้นกับความร่วมมือของผู้ป่วยในการใช้ชีวิต เพื่อหลีกเลี่ยงตัวกระตุ้น/ปัจจัยเสี่ยงให้อาการกำเริบด้วย
อย่างไรก็ตาม ในผู้ป่วยที่มีอาการทางโรคไต และโรคหัวใจ มีความรุนแรงโรคสูงกว่าในกลุ่มอาการอื่น
ผลข้างเคียงจากโรคลูปัส/เอสแอลอี ที่อาจเกิดขึ้นได้เมื่อไม่รักษาควบคุมโรคให้ได้ดี คือผลข้างเคียงต่อเนื้อเยื่อต่างๆในทุกอวัยวะ เพราะดังกล่าวแล้วว่า เป็นโรคที่ก่ออาการได้กับทุกเนื้อเยื่อ/อวัยวะ ซึ่งที่สำคัญ คือ โรคไตเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมองภาวะซีด ภาวะเกล็ดเลือดต่ำ ภาวะลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำ การเกิดน้ำในโพรงเยื่อหุ้มหัวใจ และ/หรือในโพรงเยื่อหุ้มปอด และเมื่อตั้งครรภ์อาจเป็นสาเหตุให้แท้งบุตรได้


เป็นโรคลูปัส/เอสแอลอีแล้วตั้งครรภ์ได้ไหม? ให้นมบุตรได้ไหม?




ดังกล่าวแล้วว่าโรคลูปัส/เอสแอลอีเป็นโรคมักเกิดในวัย 20-30 ปี ซึ่งเป็นวัยเจริญพันธุ์ ซึ่งในผู้ชาย ไม่มีการตั้งครรภ์ ดังนั้นในผู้ชายจึงไม่มีปัญหาในการมีบุตรถ้าสามารถควบคุมโรคได้และมีสุขภาพแข็งแรงพอ แต่ในผู้หญิงซึ่งต้องมีการตั้งครรภ์ และการตั้งครรภ์เป็นช่วงที่ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงมากทั้งในด้านภูมิคุ้มกันต้านทานโรคและในด้านฮอร์โมนต่างๆ ดังนั้นการตั้งครรภ์จึงอาจก่อปัญหาในผู้หญิงที่เป็นโรคนี้ได้
การตั้งครรภ์ อาจก่อปัญหาได้ใน 2 ลักษณะคือ การตั้งครรภ์มีผลต่อตัวโรคลูปัส/เอสแอลอีเอง และโรคลูปัส/เอสแอลอีจะก่อปัญหาต่อการตั้งครรภ์และต่อทารก


โรคลูปัส/เอสแอลอี ป้องกันได้ไหม? ดูแลตนเองอย่างไร? ควรพบแพทย์เมื่อไร?






ปัจจุบัน ยังไม่มีวิธีป้องกันการเกิดโรคลูปัส/เอสแอลอีได้เต็มร้อย ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุด คือ เมื่อมีอาการผิดปกติดังกล่าว ควรรีบพบแพทย์ เพื่อการวินิจฉัย และการรักษาแต่เนิ่นๆ 
ซึ่งเมื่อพบแพทย์แล้ว การดูแลตนเองที่สำคัญ คือ 
  • ปฏิบัติตามแพทย์/พยาบาลแนะนำให้ถูกต้อง เคร่งครัด เนื่องจากเป็นโรคเรื้อรัง การดูแลตน เองตามแพทย์/พยาบาลแนะนำจึงเป็นเรื่องสำคัญ 
  • หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆดังกล่าวแล้วที่หลีกเลี่ยงได้ เช่น ในการใช้ยาต่างๆ ควรปรึกษา แพทย์ พยาบาล หรือ เภสัชกร และอ่านเอกสารกำกับยาให้เข้าใจก่อนเสมอ 
  • หลีกเลี่ยงการได้รับแสงแดดโดยตรง โดยการใช้ร่ม หมวก หรือใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว เป็นต้น ส่วนการใช้ครีมกันแดด ยังให้ผลไม่ชัดเจน และอาจก่ออาการแพ้ยาได้ จึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้เสมอ
  • รักษาสุขอนามัยพื้นฐาน (สุขบัญญัติแห่งชาติ) ลดโอกาสติดเชื้อ ลดความรุนแรงของโรค และเพื่อการมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี
  • ปัจจุบันยังไม่พบมีอาหารที่ป้องกัน หรือกระตุ้นให้เกิดโรคนี้ อย่างไรก็ตามแพทย์ทุกท่านแนะ นำการกินอาหารมีประโยชน์ 5 หมู่ให้ครบถ้วนทุกวันในปริมาณที่เหมาะสมที่ไม่ทำให้เกิดโรคอ้วนและน้ำหนักตัวเกิน จำกัดอาหารแป้ง น้ำตาล ไขมัน อาหารเค็ม โดยเพิ่ม ผัก และผลไม้ให้มากๆ 
  • ระมัดระวังในการบริโภควิตามินและเกลือแร่เสริมอาหาร อาหารเสริม และสมุนไพรต่างๆ ควรปรึกษาแพทย์ผู้รักษาก่อนการใช้เสมอ หรืออย่างน้อยปรึกษาเภสัชกรประจำร้านขายยานั้นๆ
  • พบแพทย์ตามนัดเสมอ และรีบพบก่อนนัด เมื่ออาการต่างๆเลวลง หรือ มีอาการผิดปกติไปจากเดิม หรือ เมื่อมีความกังวลในอาการ



🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺





Protandim NRF2  ช่วยป้องกันโรคเอสแอลอี SLE หรือ โรคพุ่มพวงได้อย่างไร








YouTube Video




YouTube Video


https://www.youtube.com/watch?v=el98VoEMkhA


🌺🌺🌺🌺ไม่ได้กล่าวอ้างว่า Protandim เป็นยาวิเศษ  แต่จะบอกว่า Nrf2 จะเป็นอนาคตของยาและอาหารเสริมแน่นอน   เราเป็นคนที่มีโอกาสได้กินและแนะนำสุดยอดอาหารเสริมในอนาคต
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น  ไม่สามารถฟันธงกับใครได้ว่า กิน Protandim แล้วจะหายนะ ถ้าใครไปแนะนำผู้ป่วย เราก็บอกได้เพียงกลางๆว่า Protandim เรามีผลการวิจัยมากมายในโรคต่างๆ ว่าใช้แล้วโรคมีอาการดีขึ้น  🌺🌺🌺🌺

🌺🌺🌺🌺การหายจากโรคมันมีปัจจัยหลายอย่าง  Protandim เป็นเพียงตัวช่วยตัวนึง  ไม่ใช่ยาวิเศษ แต่หากจะเลือกทานอาหารเสริมหรือวิตามิน เราจะเลือกตัวที่ผ่านการวิจัยรับรองจาก Pubmed สามารถเข้าไปดูผลวิจัย ของ Protandim จาก Pubmed.gov 🌺🌺🌺🌺





🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺



สนใจเป็นตัวแทนจำหน่าย/ซื้อผลิตภัณฑ์ Lifevantage
สายด่วนโทร  ☎️ :: 0632859419 

🌸🌸🌸🌸🌸🌸🌸🌸🌸🌸🌸🌸 🌸🌸🌸🌸🌸🌸🌸


แอดไลน์อัตโนมัติ ::  ⬇️⬇️⬇️



🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺🌺


ที่มา :: http://haamor.com/th/โรคลูปัส-โรคเอสแอลอี/